่านอาจจำแนกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ดังต่อไปนี้ (สุวิทย์, 2525)
1. Glass Curtains ม่านชนิดนี้ใช้กับประตูกระจกที่มีกระจกจรด พื้น ผ้าม่านเป็นผ้าโปร่งบางแขวนห้อยจากรางม่านเหนือบานประตูยาวลงมาถึงพื้นให้ผล ในด้านความนุ่มนวลทางการตกแต่งภายใน ให้ความเป็นส่วนตัว และช่วยลดแสงสว่างจ้าภายในห้องได้ ทำให้แสงภายในห้อง ดูสบายตาขึ้น ม่านแบบบี้มักใช้สีกลางๆ คือ สีขาว หรือสีขาวนวล
2. Sheer Curtains เป็นม่านผ้าโปร่งบาง และใช้กับประตูกระจกยาวตลอดพื้น เช่นเดียวกันกับ Glass Curtains มีแต่การตกแต่งที่หัวม่าน และเชิงม่านมากกว่า และอาจเพิ่มความหรูหราในการตกแต่งได้มากขึ้น
3. Ruffled Curtains คือ ม่านที่เต็มไปด้วยการจับจีบย่น มีจีบระบายหรูหราให้ความรู้สึกที่ลำลองสนุกสนาน เหมาะกับห้องนั่งเล่น ห้องเด็ก (โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง) ห้องนอน (ควรเป็น ห้องนอนของเด็กผู้หญิงเช่นกัน) ม่านแบบนี้ใช้ได้กับหน้าต่างหรือประตูเกือบทุกแบบ ผ้าที่ใช้ควรเป็นประเภทเบาบาง หรือผ้าโปร่ง การตกแต่งก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ
4. Cafe Curtains เป็นม่านที่แบ่งออกเป็น 2 หรือ 3 ช่วง คือ ช่วงบน ช่วงกลาง และช่วงล่าง แต่ละช่วงก็มีรางเป็นของตัวเอง แยกการรูดปิด-เปิดเป็นอิสระ ม่านแบบนี้สามารถ ใช้ได้กับห้องทุกห้องภายในบ้าน โดยอาจจะใช้กับบ้านที่มีการตกแต่งอย่างภูมิฐาน หรือ ตกแต่งอย่างธรรมดาๆก็ได้ ขึ้นอยู่กับการเลือกแบบของการใช้ม่านชนิดนี้ และขึ้นอยู่กับลวดลาย และชนิดของผ้าม่านด้วย ข้อดีของม่านชนิดนี้ คือสามารถควบคุมแสงสว่างภายในห้องได้ตาม ความต้องการ เนื่องจากม่านแบบนี้แบ่งออกเป็น 2 หรือ 3 ช่วง เมื่อต้องการทั้งแสงสว่าง และความเป็นส่วนตัว ก็อาจจะปิดม่านช่วงล่าง และเปิดม่านช่วงบนทิ้งไว้ แสงสว่างจะเข้ามาทางช่วงบนของหน้าต่าง ส่วนที่ปิดไว้ก็จะบังสายตาจากคนภายนอก เมื่อต้องการแสงเต็มที่ก็รูดทั้งช่วงบน และช่วงล่าง ถ้าไม้ต้องการแสงเลยก็ปิดทั้งสองช่วง
0 comments:
Post a Comment